วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

3 นวัตกรรมไทยคว้าเหรียญทอง ITEX 09 ที่มาเลเซีย

3 นวัตกรรมไทยคว้าเหรียญทอง ITEX 09 ที่มาเลเซีย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2552 22:44 น.

นายนพพล พันธุ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนว์ (ประเทศไทย) จำกัด โชว์ผลงานเจลทดสอบกรุ๊ปเลือดชุดประหยัด ธุรกิจนวัตกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและอนุญาตให้ใช้สิทธิได้จากผล งานวิจัยของ รศ.ดร.อมรรัตน์ ร่มพฤกษ์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น และได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาไบโอเทคโนโลยีจากงาน ITEX 09 พร้อมติด 1 ใน 6 สุดยอดนวัตกรรมที่จัดแสดงในงานดังกล่าว

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายเฉลิมลาภ ศักดาปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท มายด์ อินโนเวชั่น จำกัด เจ้าของผลงานตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ

นายไพจิตร แสงไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคม ครีเอชั่น จำกัด เจ้าของผลงานนวัตกรรมเอนไซม์สำหรับการนำกระดาษลามิเนทมาใช้ใหม่

ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์


ตู้ขายอินเทอร์เน็ต-เอนไซม์รีไซเคิลกระดาษลา มิเนท-เจลทดสอบกรุ๊ปเลือด ประกาศศักดานวัตกรรมฝีมือคนไทย คว้า 3 เหรียญทอง ในงาน ITEX 09 ที่มาเลเซีย นักลงทุนต่างชาติเห็นโอกาสสร้างรายได้ เล็งซื้อเทคโนโลยีไปใช้ ด้านผู้บริหารทีเอ็มซีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ร่วมสร้างธุรกิจบน ฐานงานวิจัยเพื่อแจ้งเกิดในตลาดโลก
       
       ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ทีเอ็มซี) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การสนับสนุนเอกชนไทยสร้างนวัตกรรมใหม่ จนได้รับรางวัล 3 เหรียญทอง ในงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีนานาชาติ หรือไอเท็กซ์ 09 (International Invention, Innovation and Technology Exhibition: ITEX 09) ที่จัดขึ้นในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15-19 พ.ค. ที่ผ่านมา
       
       ผลงานนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ไปคว้ารางวัลในระดับนานาชาติดังกล่าว ประกอบด้วย 1. ตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ (Intelligence Wifi-Box) ผลงานของ บริษัท มายด์ อินโนเวชั่น จำกัด ได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาการสื่อสาร 2. เอนไซม์สำหรับการนำกระดาษลามิเนทมาใช้ใหม่ (Laminated Paper Recovery Enzyme) ผลงานของ บริษัท เคม ครีเอชั่น จำกัด ได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน และ 3. เจลทดสอบกรุ๊ปเลือดชุดประหยัด (innov gel test) ผลงานของ บริษัท อินโนว์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาไบโอเทคโนโลยี
       
       ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ ผู้อำนวยการทีเอ็มซี กล่าวว่ากับสื่อมวลชนและทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ว่า ผลงานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบ่มเพาะ ธุรกิจเทคโนโลยี อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้ทีเอ็มซี โดยได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อให้การสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมของผู้ประกอบการขนาดเอสเอ็มอี (SMEs) ในช่วงเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ พร้อมกับสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เข้ารับการบ่มเพาะ เพื่อขยายฐานทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการนำนวัตกรรมฝีมือคนไทยเข้าสู่เวทีประกวดนวัตกรรมระดับโลกเช่นกรณี นี้
       
       "สำหรับผลงานที่ไปคว้ารางวัลในระดับนานาชาติในครั้งนี้ นอก จากจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศแล้วยังแสดงให้เห็นว่าผลงานวิจัยและพัฒนา ของคนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย ซึ่งภาครัฐต้องให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตอนนี้ประเทศไทยเราก็มีนักวิจัยอยู่มากพอสมควร แต่ยังไม่มีการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเพียงพอ ส่วนผู้ประกอบการไทยก็มีศักยภาพสูงพอสมควร แต่อาจยังขาดการบริหารจัดการที่ดีพอ ในขณะที่ต่างประเทศที่พัฒนาแล้วมีการจัดตั้งหน่วยบ่มเพาะธุรกิจเพื่อเป็นพี่ เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจลงทุนทำธุรกิจเทคโนโลยีกันมานานแล้ว " ศ.ดร.ชัชนาถกล่าว
       
       ทั้งนี้ ปัจจุบัน สวทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดตั้งสมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย หรือ ไทย-บิสป้า (Thai-BISPA) ขึ้นเมื่อต้นปี 52 ที่ผ่านมา โดยมีศูนย์บ่มเพาะธุรกิจที่อยู่ในเครือข่ายร่วม 90 ศูนย์ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการไทยที่เริ่มต้นทำธุรกิจเทคโนโลยีให้มี ความเข้มแข็ง เพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีความแตกต่างเหนือคู่แข่งและเป็นที่ยอมรับของผู้ บริโภค และพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจได้เองต่อไปในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง
       
       นอกจากผู้ประกอบการไทยได้รับรางวัลเหรียญทองดังกล่าวแล้ว ผลงานเจลทดสอบกรุ๊ปเลือดชุดประหยัดยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 6 นวัตกรรมยอดเยี่ยมที่สุดในงาน ITEX 09 จากผลงานของนานาชาติที่เข้าร่วมจัดแสดงทั้งหมดกว่า 300 ผลงาน นอกจากนั้นผลงานเอนไซม์สำหรับการนำกระดาษลามิเนทมาใช้ใหม่ ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนในประเทศมาเลเซียจำนวน 3 ราย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อขายเทคโนโลยีหรือร่วมลงทุนใน ประเทศมาเลเซีย
       
       ส่วนตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ ซึ่งส่วนหนึ่งในการพัฒนานั้นได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และทางทีโอทีมีแผนที่จะนำไปทดแทนโทรศัพท์สาธารณะที่ปัจจุบันเริ่มมีบทบาท น้อยลง ซึ่งโทรศัพท์สาธารณะรูปแบบใหม่จะให้บริการจำหน่ายอินเทอร์เน็ตได้ และยังคงให้บริการโทรศัพท์ได้เช่นเดิม.

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060042

ทีโอทีหนุนเอกชนคิดค้นตู้ขายชั่วโมงเน็ต เล็งติดตั้งแทนเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ

ทีโอทีหนุนเอกชนคิดค้นตู้ขายชั่วโมงเน็ต เล็งติดตั้งแทนเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มิถุนายน 2552 10:06 น.

นายเฉลิมลาภ ศักดาปรีชา พัฒนาตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะจนคว้ารางวัล ITEX 09 สาขาการสื่อสาร ที่ประเทศมาเลเซีย

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ ใช้งานง่าย เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภค และคิดค่าใช้จ่ายตามนาทีที่ใช้จริง เฉลี่ยนาทีละ 20 สตางค์


เอกชนไทยพัฒนาตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ต อัจฉริยะ ราคาถูกกว่านำเข้าหลายเท่า ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก แค่หยอดเหรียญก็สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตกับโน้ตบุคหรือพีซีที่มีอยู่ได้ กระจายสัญญาณไกลสุด 300 เมตร พร้อมบันทึกการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ป้องกันการทำผิดกฏหมายไอที ด้านทีโอทีเล็งพัฒนาใช้กับเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในยุคโทรศัพท์มือถือครองเมือง
       
       นายเฉลิมลาภ ศักดาปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท มายด์ อินโนเวชั่น จำกัด พัฒนาตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ (Intelligence Wifi-Box) โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ทีเอ็มซี) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ในการวางแผนด้านการตลาด และนำไปร่วมจัดแสดงในงานงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีนานาชาติ หรือไอเท็กซ์ 09 (International Invention, Innovation and Technology Exhibition: ITEX 09) ที่จัดขึ้นในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15-19 พ.ค.52 ที่ผ่านมา โดยได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาการสื่อสาร ในงานดังกล่าวด้วย
       
       นายเฉลิมลาภ กล่าวกับสื่อมวลชนและทีมข่าววิทยาศาสต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ว่า การใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน เป็นลักษณะการเหมาจ่ายรายเดือนหรือรายชั่วโมง แต่ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายตามนาทีที่ใช้งานจริง จึงเกิดแนวคิดประดิษฐ์ตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ทีโอที จำกัด ในการพัฒนาและนำไปทดสอบการใช้งาน และเพื่อพัฒนาอุปกรณ์สำหรับนำไปใช้ทดแทนเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่มีบทบาท น้อยลงอย่างมากในปัจจุบันนี้
       
       ผู้ประดิษฐ์ได้พัฒนาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และตัวรับส่งสัญญาณไร้สายสำหรับตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ พร้อมกับออกแบบระบบเซอร์เวอร์สำหรับรองรับเครือข่ายตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ต ให้เป็นระบบขนาดใหญ่ โดย ตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะนี้ได้รับออกแบบให้มีลักษณะคล้ายเครื่อง โทรศัพท์สาธารณะ และสามารถกระจายสัญญาณได้ไกลสูงสุดในรัศมี 300 เมตร ขึ้นอยู่กับเครือข่ายที่ให้บริการ
       
       จาก การนำไปติดตั้งเพื่อทดลองให้บริการแก่ผู้ลูกค้าบริเวณหอพักของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ รังสิต จำนวน 2 จุด และบริเวณคอนโดมิเนียมย่านสะพานควาย จำนวน 3 จุด ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมารวมเป็นเวลากว่า 4 เดือน พบว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยมีผู้มาใช้บริการคิดเป็นรายได้ประมาณ 8,000-10,000 บาทต่อเดือน และยังไม่พบปัญหาใดๆ นอกจากลูกค้ายังไม่ค่อยเข้าใจในการใช้บริการ และมีโครงการจะติดตั้งตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตในบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 6 จุด ในเร็วๆ นี้
       
       สำหรับการใช้งานตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะดังกล่าว ผู้ใช้สามารถหยอดเหรียญเพื่อซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตได้ตามความต้องการ โดยขณะนี้สามารถซื้อได้ครั้งละ 1-50 บาท จากนั้นรอรับคูปองที่ออกมาจากตู้ ซึ่งจะมีชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) สำหรับเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต โดย คิดค่าบริการตามนาทีที่ใช้งานจริง โดย 1 บาท จะสามารถใช้งานได้ 5 นาที เฉลี่ยค่าบริการนาทีละ 20 สตางค์ หากใช้ไม่หมดในคราวเดียว สามารถเก็บไว้ใช้งานในครั้งต่อไปได้นาน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ซื้อคูปอง
       
       ในการเข้าใช้งาน ผู้ใช้จะต้องระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง เพื่อเป็นการยืนยันบุคคลผู้ใช้งาน แต่ในอนาคตผู้ประดิษฐ์มีแผนการที่จะพัฒนาเพิ่มระบบความปลอดภัยในการเข้าใช้ งาน โดยอาจพัฒนาให้มียืนยันการเข้าใช้งานด้วยการแสกนลายนิ้วมือหรือภาพถ่ายแทน การใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง
       
       ทั้งนี้ ตู้ จำหน่ายอินเทอร์เน็ตที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาเครื่องละประมาณ 200,000 บาท แต่ตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะที่นายเฉลิมลาภพัฒนาขึ้นนี้มีราคาเครื่อง ละประมาณ 60,000 บาท และมีข้อแตกต่างที่ดีกว่าคือ ยังสามารถบันทึกข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ได้ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และมีการควบคุมการทำงานจากระบบส่วนกลางที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด จึงสามารถนำคูปองที่ซื้อจากจุดหนึ่งไปใช้งานที่จุดอื่นๆได้ไม่แตกต่างกัน ขณะที่หากเป็นตู้จำหน่ายของต่างประเทศ จะต้องใช้งานอินเทอร์เน็ต ณ บริเวณที่ซื้อบริการเท่านั้น
       
       "ขณะนี้กำลังร่วมกับทีโอที ขยายการผลิตตู้จำหน่ายอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ เพื่อนำไปติดตั้งให้บริการตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 200 จุด และต่อจากนั้นจะพัฒนาระบบให้สามารถนำไปใช้ได้กับเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่ มีอยู่แล้วทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ และสร้างรายได้จากอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องโละเครื่องโทรศัพท์เหล่านั้นทิ้งไป ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เครื่องโทรศัพท์สาธารณะมีรายได้ลดลงเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยตู้ละ 1,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น" นายเฉลิมลาภกล่าวกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์.

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000060771

ผุดโครงการช่วยเอสเอ็มอีลดผลกระทบ- เพิ่มขีดแข่งขันรับ EU FTA

ผุดโครงการช่วยเอสเอ็มอีลดผลกระทบ- เพิ่มขีดแข่งขันรับ EU FTA
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2552 15:33 น.
       สถาบัน คีนันแห่งเอเซีย ผุดโครงการหาความช่วยเหลือธุรกิจ SME ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้ากับสหภาพยุโรป โดยใช้เวลาศึกษา 16 เดือน ก่อนจะนำเสนอข้อมูลที่ได้ต่อภาครัฐ ภาคเอกชน และสาธารณชน เพื่อหาทางลดผลกระทบและพลิกสร้างโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ
       
       นายพอล วิเด็ล กรรมการอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย เปิดเผยว่า ทางสถาบันได้เล็งเห็นความสำคัญของการเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีทางการค้า ของประเทศไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งบางธุรกิจจะได้ประโยชน์เต็มที่ แต่บางธุรกิจอาจได้รับผลกระทบบ้าง จึงได้เกิด “โครงการหาความช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยเพื่อ ลดผลกระทบจาก Thailand –EU FTA” ขึ้น โดยหวังว่าโครงการนี้ จะทำให้รู้อย่างชัดเจนถึงเครื่องมือที่จะช่วยยกระดับการค้าการลงทุนในประเทศ ไทย รวมถึงการค้าการลงทุนที่ทำระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทย ด้วย
       
       ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีการศึกษาถึงแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน ทั้งผลกระทบในด้านบวกและด้านลบ โดยจะคัดเลือก 10 ภาคธุรกิจหลักขึ้นมาศึกษา ซึ่งผลที่ออกมาน่าจะสามารถหาทางลดผลกระทบ และอาจช่วยพลิกสถานการณ์ของบางธุรกิจจากที่อาจถูกกระทบให้กลับเป็นฝ่ายที่ ได้รับโอกาสที่ดีได้ด้วย นอกจากนี้ โครงการยังจะศึกษาการช่วยเหลือของภาครัฐที่ทำอยู่แล้ว ว่ามีอะไรบ้าง พร้อมทั้ง ศึกษานโยบายการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่จะลดผลกระทบด้านลบ และสร้างความแข็งแกร่งในเชิงการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี
       
       กรรมการอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย ยังกล่าวอีกว่า โครงการนี้ได้รับทุนศึกษาวิจัยเป็นจำนวนเงิน 100,000 ยูโร หรือประมาณ 4,576,400 บาท จากสหภาพยุโรป และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้รับฟังความเห็นจากองค์กรทางวิชาการ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) และกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย ทั้งนี้โครงการนี้ จะทำในรูปแบบการสัมภาษณ์ การวิจัย และการสัมมนา ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 และจะรวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อสาธารณชนในงานสัมมนาใหญ่ ที่จะจัดขึ้นเดือนพฤษภาคม 2553
       
       สำหรับผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือติดตามดูรายละเอียดและแสดงความคิดเห็น ที่เว็บไซต์ www.kiasia.org หรือจะส่งอีเมล์มาได้ที่ SME-FTA@kiasia.org ทั้งนี้ โครงการหาความช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยเพื่อลด ผลกระทบจาก Thailand–EU FTA คาดว่าจะสิ้นสุดโครงการภายในเดือนมิถุนายน 2553

http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9520000063445

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "แพนด้า"

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “แพนด้า” ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2552 16:33 น.

       
(ซ้าย) “หลินฮุ่ย” คาบลูกน้อยไว้ในปากอย่างหวงแหน (ขวา) โฉมหน้าสมาชิกใหม่ของสวนสัตว์เชียงใหม่

       หลังจากลุ้นกันมานาน ในที่สุดเมื่อเวลาประมาณ 10.39 น.ของวันพุธที่ผ่านมา (27 พ.ค.) “หลินฮุ่ย” แพนด้าเพศเมีย ทูตสันถวไมตรีไทย-จีน ตามโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ก็ได้ให้กำเนิดลูกแพนด้าน่ารักน่าชังออกมา 1 ตัว สร้างความปีติยินดีแก่ชาวไทยกันถ้วนหน้า
       
       หลายคนสงสัยว่า แพนด้าหลินฮุ่ยเพิ่งผสมเทียมได้เพียง 3 เดือนก็ตกลูกเสียแล้วหรือ ซึ่งตามธรรมชาติของแพนด้าแล้ว แม่แพนด้าจะตั้งท้องประมาณ 3-5 เดือน เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ มันก็จะหาทำเลดีๆ เช่น โพรงไม้หรือถ้ำในการคลอดลูก เอาใบไผ่มาปูเป็นเตียงนอนเตรียมพร้อมสำหรับการเบ่งลูก ลูกแพนด้าเมื่อออกจากท้องแม่ดูน่าสงสารมาก ตัวเล็กกระจิดสีแดงๆ ไม่มีขน ตาปิด และยังยืนไม่ได้ น้ำหนักประมาณ 100 กรัม ขนาดตัวแค่ 1 ใน 1,000 ของแม่เท่านั้น
       
       

       
แพนด้าแรกเกิด - 2 สัปดาห์ - 1 เดือน

       ในจำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด หากไม่นับรวมมนุษย์ มีแพนด้ากับจิงโจ้ที่คลอดลูกวัยแรกเกิดที่มีขนาดเล็กมากเช่นนี้ แต่ลูกจิงโจ้ยังโชคดี ที่แม่จิงโจ้มีกระเป๋าหน้าท้องไว้ปกป้องอันตรายให้แก่ลูกได้ แต่แม่แพนด้ายักษ์ไม่มีเกราะคุ้มครองลูกน้อยใดใดเลย ฉะนั้นการจะเลี้ยงดูลูกแพนด้าให้เติบใหญ่ จึงเป็นเรื่องยากลำบากมาก
       
       แม่แพนด้าอาศัยอาหารที่กินสะสมช่วงตั้งท้องดูแลลูกน้อย จนหนึ่งเดือนผ่านไปจึงจะออกจากห้องคลอดไปหาอาหารกินได้ เมื่อออกไปหากินแล้วก็ต้องรีบกลับมาดูลูก จนลูกน้อยค่อยๆเติบโตและรอดพ้นวัยอ่อนมาได้
       
       เมื่อขนแพนด้าน้อยเริ่มขึ้นเห็นเป็นสีขาว-ดำ เมื่ออายุได้ 1 เดือน น้ำหนักตัวประมาณ 1 กิโลกรัม แต่ยังเดินไม่ได้ และตาก็ยังไม่กล้าสู้แสง จนกระทั่ง 3 เดือน จึงเริ่มหัดเดิน การมองเห็นเริ่มพัฒนาขึ้น
       
       

       
แพนด้า 2 เดือน - 3 เดือน 24 วัน - 1 ขวบ

       
       พอผ่านไปครึ่งปี น้ำหนักขึ้นเป็น 13 กิโลกรัม ก็สามารถออกไปเรียนรู้วิธีกินใบไผ่กับแม่ได้แล้ว แต่ยังต้องกินนมเสริมพลังงานด้วย ขณะเดียวกันก็เริ่มเรียนรู้สัญชาตญาณของสัตว์ป่า อายุขวบครึ่ง หนูน้อยแพนด้าน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม ก็สิ้นสุดช่วงวัยเด็กที่ต้องพึ่งพาแม่ หลังจากนั้นก็จะปลีกตัวใช้ชีวิตสันโดษต่อไป
       
       ปกติแพนด้ามีอายุขัยเฉลี่ย 15 ปี แพนด้าวัยเจริญพันธุ์อายุราว 5-7 ปี ตั้งท้องได้ 3-4 ครั้ง ตกลูกครั้งละ 1 ตัว บางทีเป็นฝาแฝด แต่อย่างไรก็ตามแม่แพนด้าก็สามารถเลี้ยงลูกได้ครั้งละตัวเดียว เนื่องจากความอ่อนแอของลูกหมีแรกเกิด และความยากลำบากในการเลี้ยงดูดังที่กล่าวข้างต้น
       
       ปัจจุบันมีแพนด้าเหลืออยู่เพียง 1,600 ตัวเท่านั้นในประเทศจีน ส่วนใหญ่อาศัยในแถบภาคตะวันตกเฉียงใต้ และอีกราว 200 ตัวเลี้ยงอยู่ที่ศูนย์เพาะพันธุ์แพนด้าหลายแห่งของประเทศ สาเหตุที่ทำให้แพนด้ามีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก็เนื่องมาจากความเย็นชาราวกับฤาษีของแพนด้า ซึ่งเป็นเรื่องกระฉ่อนไปทั่ว จนทำให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ต้องงัดกลวิธีต่าง ๆ มาใช้เพื่อให้แพนด้าผสมพันธุ์ เช่น ฉายวิดีโอการผสมพันธุ์ของแพนด้าคู่อื่นให้ดู หรือให้หมีแพนด้าเพศผู้ฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขาและกระดูกเชิงกราน เพื่อประสิทธิภาพในการผสมพันธุ์ เป็นต้น
       
       ข้อมูลเกี่ยวข้อง
       แพนด้าจาก ‘หมีแมว’ มาเป็น ‘แมวหมี’
       ภารกิจใหญ่ของแพนด้าแดนมังกร
       ชมรมแพนด้า


     



     



     

แพนด้าเด็กแดง
     



     
หน่วยกู้ภัยกำลังอพยพแพนด้าหนีแผ่นดินไหวเสฉวนเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว
 

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000059998

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว/ FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/