วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ไปรษณีย์ไทย มอบส่วนลดแสตมป์ E-commerce สำหรับผู้ประกอบการ SMEs



 From: สสว. <jintana@sme.go.th>
Date: พ.ค. 13, 2009 6:03 หลังเที่ยง
Subject: ไปรษณีย์ไทย มอบส่วนลดแสตมป์ E-commerce สำหรับผู้ประกอบการ SMEs
 

ในกรณีที่ไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ กรุณาเข้าโดยตรงที่ url -> http://cms.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=EMAIL-13052552

เรื่อง (Subject) :  ไปรษณีย์ไทย มอบส่วนลดแสตมป์ E-commerce สำหรับผู้ประกอบการ SMEs
เรียน สมาชิก สสว.

 

ตามที่ท่านได้ให้ความสนใจและสมัครเป็น "สมาชิก สสว." นั้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอขอบพระคุณในความสนใจและเข้าร่วมเป็น สมาชิก สสว.  โดย สสว. จะเร่งดำเนินการวางแผนและจัดให้มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อมอบให้แก่ท่านในโอกาสต่อไป

สำหรับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ที่ สสว. จะขอมอบแก่ท่านในขณะนี้ คือ ไปรษณีย์ไทย ขอมอบสิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประกอบธุรกิจ E-commerce โดยสามารถใช้ได้อย่างสะดวก และประหยัดกว่าเดิมถึง 20% (จากการส่งปกติ) สามารถนำแสตมป์ดังกล่าวติดกับพัสดุแล้วส่งได้ทันที โดยผู้สนใจซื้อแสตมป์ดังกล่าว จะต้องเป็นสมาชิกของสมาคม E-commerce ค่ะ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมฯ แต่มีหนังสือจดทะเบียนพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกของทางสมาคม E-commerce ได้อย่างง่ายดาย ที่ http://www.thaiecommerce.org/ คลิกที่ สมัครสมาชิกสมาคม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://cms.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=01-OTHER-060509


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ ฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร
โทร. 0-2631-3853
หรือทางเว็บไซต์ http://postemart.thailandpost.com/

 

*** ผู้สนใจกรุณาติดต่อโดยตรงตามเบอร์โทรด้านบนค่ะ ***

 

แจ้งข่าวสารโดย :  ศูนย์สารสนเทศและเทคโนโลยี
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

 

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Batch: 074/05/ZY369

British National Lottery
P O Box 10103b Liverpool,
L30 1RD United Kingdom
Ref: UK/9420X2/68
Batch: 074/05/ZY369

This is to inform you that you have been
selected for a cash prize of £1,200,000
(British Pounds) held on the 30th of April
2009 in London (United Kingdom).The
selection process was carried out through
random selection in Our computerized email
selection system (ESS) London Uk. Fill the
below:

Names:
Address:
Country:
Phone No:
Occupation:
Age:
Sex:

Agent Name:Mr. Richard Carpenter
Tel:+44-7035-9129-03
Email:(richard.carpenter07@msn.com)

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"ซายน์พาร์ค" เปิดเอกสารออนไลน์ฟรี

วันที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11379 มติชนรายวัน


"ซายน์พาร์ค" เปิดเอกสารออนไลน์ฟรี


คอลัมน์ จูนคลื่น

โดย waisang@matichon.co.th




อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (ซายน์พาร์ค) เปิดตัว TSP E-Newsletter บริการข่าวออนไลน์ฉบับปฐมฤกษ์ เสนอนวัตกรรม ความก้าวหน้า ข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวในวงการวิจัย-พัฒนา เพื่อเป็นแหล่งให้ข้อมูลที่ควรรู้แก่องค์กรที่มีความตื่นตัวต่อการดำเนินธุรกิจบนฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี TSP E-Newsletter ฉบับแรกกับเรื่องราวเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการวิเคราะห์ทดสอบเพื่อความปลอดภัยทางด้านอาหาร แนวโน้มการปรับตัวในอนาคต จากผู้บริหารระดับแนวหน้าของบริษัท ศูนย์วิทยาศาสตร์ ปัญหาที่เกิดจาก Foodborne Pathogen พบมากในผลิตภัณฑ์อาหารแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ เนื้อหาสาระและข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี หรือผู้ที่ต้องการทราบข่าวสารข้อมูล กิจกรรม การฝึกอบรม รวมทั้งบริการด้านการวิจัยและพัฒนาต่างๆ ที่ซายน์ปาร์คมีให้แก่ภาคเอกชน



ใช้บริการได้ฟรี ที่ www.sciencepark.or.th

หน้า 26
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01epe03060552&sectionid=0147&day=2009-05-06


Windows Live™: Keep your life in sync. Check it out.

TRIDIชงระเบียบ 4 ฉบับอุดหนุนวิจัย "พัฒนาไฮเทค คน องค์กร สถาบัน"

วันที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11379 มติชนรายวัน


TRIDIชงระเบียบ 4 ฉบับอุดหนุนวิจัย "พัฒนาไฮเทค คน องค์กร สถาบัน"





สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) เสนอให้ กทช. ออกระเบียบ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่องการอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมจำนวน 4 ฉบับ อันประกอบด้วย การอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ, การติดตามประเมินผล และการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ, การให้ทุนการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยแก่บุคลากรโทรคมนาคมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายคือการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และผลประโยชน์อันเกิดจากผลการวิจัย โดยระเบียบปี 2552 จะเปิดกว้างมากขึ้น และเอื้อประโยชน์สำหรับองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลมากขึ้นอีกด้วย

ศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า กทช.สนับสนุนในการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ทำหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี ต่อยอดในการพัฒนาวงการโทรคมนาคมของประเทศ โดยกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) ได้สร้างผลงานออกมามากมาย ทั้งในส่วนของการสนับสนุนให้ทุนการศึกษา ภายใต้โครงการ NTC Scholarship เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และต้องการให้บุคลากรที่มีศักยภาพทางด้านโทรคมนาคมร่วมวิจัยและสร้างงานในชิ้นงานในการพัฒนาประเทศ

โดย รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติโทรคมนาคมแห่งชาติ (TRIDI) ได้ร่วมประชุมและวางแผนงานเพื่อวางระเบียบ กรอบแนวทางใหม่ โดยสรุปออกมาเป็นระเบียบ 4 ฉบับ ได้แก่
ฉบับที่ 1 การอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งเสริมสนับสนุนห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ในสถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐ-เอกชน ให้รางวัลในผลงานการวิจัยสำหรับผู้ที่สมควรได้ และในส่วนของผู้ประกอบการด้วย

ฉบับที่ 2 การติดตามประเมินผลและการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการพิจารณางบประมาณ และควบคุมการดำเนินงานของฉบับที่ 1 ให้เกิดการรัดกุมและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดในการทำงาน

ฉบับที่ 3 การให้ทุนการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยแก่บุคลากร มุ่งเน้นที่ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก โดยคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิและจากหลากหลายสถาบันของ กทช. ให้เป็นไปตามทิศทางของแผนแม่บทและความต้องการของประเทศ
ฉบับที่ 4 การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและผลประโยชน์อันเกิดจากผลการวิจัย ซึ่งกำหนดรูปแบบจัดการบริหารประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัยของสถาบันฯ ด้านของผลงาน ชิ้นงานที่เกิดขึ้น

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กทช.กล่าวว่า เป้าหมายของ TRIDI คือ ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมขึ้นในประเทศ โดยปีนี้ TRIDI เล็งเห็นว่าบุคลากรที่มีศักยภาพไม่ได้มีจำกัดเพียงจุดใดจุดหนึ่ง อีกทั้งยังต้องการเพิ่มศักยภาพกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนของวงการโทรคมนาคมไทย ให้เกิดการพัฒนาทัดเทียมกับนานาประเทศ สนับสนุนการวิจัยต้นแบบอุปกรณ์โทรคมนาคม เพื่อพัฒนาอุปกรณ์โทรคมนาคมในประเทศ และยังเป็นการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ อาทิ Broadband Access, NGN, Short Range, RFID, VoIP เป็นต้น วางงบประมาณให้ทุนวิจัยและพัฒนาบุคลากร 30 ล้านบาท และจะทำการเปิดรับข้อเสนอในเดือนพฤษภาคม 2552 นี้ ส่วนทุนพัฒนาศักยภาพงานวิจัย ทุนการศึกษา สนับสนุนภาคการศึกษาและเอกชนไว้ที่ประมาณ 200 ล้านบาท

หน้า 26
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01epe02060552&sectionid=0147&day=2009-05-06



Hotmail® has a new way to see what's up with your friends. Check it out.

ด้วยสมองและสองมือ : อุปกรณ์ช่วยผ่าตัดโรคมือชา สิ่งประดิษฐ์ช่วยชาติ ฝีมือ ม.อ.

ด้วยสมองและสองมือ : อุปกรณ์ช่วยผ่าตัดโรคมือชา สิ่งประดิษฐ์ช่วยชาติ ฝีมือ ม.อ.
ข่าววันที่ 4 พฤษภาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

            อุปกรณ์ช่วยผ่าตัดโรคมือชา สิ่งประดิษฐ์ช่วยชาติ ฝีมือ ม.อ.

               

                คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ยกย่องสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) "อุปกรณ์ช่วยถ่างและส่องมองเนื้อเยื่อภายใน สำหรับช่วยผ่าตัดรักษาโรคมือชา" (PSU Carpal Tunnel Retractor) ขึ้นทำเนียบสิ่งประดิษฐ์ดีเด่น ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปี 2552

                โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้ต้องเรียกว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว" เพราะนอกจากรูปทรงเล็กกระทัดรัดแล้วประสิทธิภาพยังสูงด้วย ผศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ ม.อ.หัวหน้าทีมนักประดิษฐ์ เผยว่า           

"ประเด็นสำคัญคือต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยให้การผ่าตัดรักษาเลาะพังผืดรัดข้อมือ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำเกิดโรคมือชาได้ง่ายขึ้น แผลผ่าตัดต้องมีขนาดเล็ก และหลีกเลี่ยงการใช้ยาสลบ โดยอุปกรณ์นี้จะช่วยถ่างและส่องมองเนื้อเยื่อภายในขณะผ่าตัด และใช้เวลาเพียง 8-15 นาทีต่อราย ทั้งนี้แผลผ่าตัดยังมีขนาดเล็กเพียง 1.5-1.8 เซนติเมตร ผู้ป่วยเจ็บแผลน้อยไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการชาดีขึ้นใน 1-2 วัน"

                ผศ.นพ.สุนทร ยังบอกว่า อุปกรณ์ใหม่นี้ใช้ดีกว่าการผ่าตัดแบบเก่า ลดการใช้ทรัพยากรและบุคลากรทางการแพทย์ คือไม่ต้องใช้ทีมผู้ช่วยในการผ่าตัด ไม่ต้องใช้ทีมวิสัญญีแพทย์ในการดมยาสลบ และประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วย มากกว่าวิธีผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องผ่าตัดแบบส่องกล้อง

                ...เหนือกว่านั้น อุปกรณ์ผ่าตัดโรคมือชาแบบใหม่นี้ ผลิตด้วยวัสดุในต่างประเทศ ทำจากสแตนเลส ที่มีความทนทานมิหนำซ้ำต้นทุนผลิตต่ำราคาประมาณ 3,000 บาทต่อชิ้น และได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว        

               

**                **                **                **                **

                รู้ไว้ใช่ว่าโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ พบมากในเพศหญิงช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะผู้ที่เคยมีบุตร และมีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ โรคไทรอยด์เป็นพิษ ลักษณะอาการบ่งชี้ คืออาการชาที่มือ นิ้ว และปลายนิ้วมือช่วงเวลากลางคืนหรือเช้าตรู่ ผู้ที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการชาตลอดเวลา หากอ่อนแรงที่มือมากขึ้น แสดงว่าเส้นประสาทถูกกดทับมากและอาจสูญเสียการทำงานของเส้นประสาทอย่างถาวร

                การรักษาเบื้องต้นจะใช้ยา การบริหารข้อมือ แช่ในน้ำอุ่น ใส่เครื่องช่วยพยุงมือ หากขั้นร้ายแรงคือต้องผ่าตัดเลาะพังผืดที่รัดแน่นออก ซึ่งวิธีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันใช้วิธีส่องกล้อง และต้องพักฟื้นนานถึง 2 สัปดาห์

                ------------------------------------------------------------

 

                บรรยายภาพ

                ภาพ 1 แบบจำลองการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์แบบใหม่       

 
  รูปประกอบข่าว
http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=56&nid=37424
 


Hotmail® has ever-growing storage! Don't worry about storage limits. Check it out.

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เช่าสูทออนไลน์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 เวลา 00:00 น. |
 
 
เช่าสูทออนไลน์
สูท เสื้อผ้าที่ต้องใช้ความประณีต ละเอียด ซับซ้อน ในการตัดเย็บ ก็มีร้าน รับสั่งตัด และบริการให้เช่าระบบออนไลน์ กันแล้ว

ท่าจะเป็นเทคโนโลยีที่แทรกไปทั่วทุกประเภทการค้าซะละมั้ง

มหาลัยดอตคอม www.marhalai. com คือเว็บไซต์ของ หจก.กิจการนิสิต อยู่ ในซอยโชคชัย 4 ลาดพร้าว/70 กรุงเทพฯ ดำเนินธุรกิจให้เช่าสูท ชุดสากลสำเร็จรูป และรับตัดชุดสูทใหม่ สามารถสั่งจอง และเช่าสูทสำเร็จรูปผ่านทางเว็บไซต์ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปถึงร้านด้วยตัวเอง

สามารถวัดตัว (เอง) แบบง่าย ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ ตัดเสร็จมีบริการนำชุดไปส่งให้ถึงสถาบันการศึกษา หรือ สำนักงานตามที่ต้องการซะด้วย

เว็บนี้น่าจะถือเป็นตัวอย่างของคนที่อยากทำธุรกิจออนไลน์ แต่นึกไม่ออกว่าจะออกแบบ จัดหน้าตาอย่างไร เพราะไม่ได้ทำให้ซับซ้อน ไม่เน้นเทคนิควูบวาบ ยุ่งยาก มีเพียงภาพตุ๊กตาหมีสวมเสื้อครุยจากนานามหาวิทยาลัยสื่อถึงการให้บริการกับบัณฑิตใหม่ วัยรุ่น อยู่ตรงแถบเมนูเท่านั้น เนื้อหาก็เป็นข้อความที่ไม่ยาว ใช้ตัวขนาดใหญ่อ่านสบายตา ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา ไม่ต้องตีความ เช่น "เช่าสูทไซซ์ใหญ่ แวะมาก่อนเลยค่ะ" หรือ "กระโปรงไซซ์พิเศษ สำหรับซ้อมรับปริญญา/รับปริญญา อ๋อใส่เรียนก็มีนะคะ กระโปรงไซซ์พิเศษ สำหรับสาวอวบถ้าหาที่ไหนไม่ได้ มาสั่งที่นี่ได้เลยค่ะ Tailor made นะจ๊ะจะบอกให้" อธิบายกันจะจะ จนแทบไม่ต้องเสียเวลาถามซ้ำเชียวละ
พิชัย วีระวัฒนะกูล ผู้จัดการ หจก.กิจการนิสิต บอกว่าเคยทำเสื้อยืดขายส่งย่านประตูน้ำกับครอบครัว แต่เมื่อเผชิญกับการแข่งขันสูง จึงปรับมาผลิตชุดนักศึกษา กระโปรงนักศึกษา ขายส่งต่างจังหวัด ทำได้ระยะหนึ่งก็เห็นช่องทางใหม่ในการให้เช่าสูท เพราะทุกปีจะมีบัณฑิตจำนวนมากต้องใช้ในวันรับปริญญา

"การตัดสูท หมายถึงเสื้อนอกกับกางเกง หรือกระโปรง อาจต้องใช้เงิน 3,000-4,000 บาท แต่บัณฑิตใช้งานแค่ครั้งหรือสองครั้ง เราจึงลงทุนสั่งทอผ้าตัดสูทคุณภาพดีด้วยปริมาณมาก จนได้ราคาต่ำ สามารถตัดสูทใหม่ได้ชุดละ 1,800 บาท สูทแบบเดียวกันนี้พนักงานสำนักงานก็สั่งตัดได้"

พิชัยบอกว่า เปิดเว็บให้บริการ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างนักศึกษากับทางร้านให้ติดต่อกันได้ง่าย และพยายามให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสูทไว้ทุกแง่มุม ทำให้เครื่องมือค้นหา (เสิร์ช เอนจิน) ของเว็บไซต์กูเกิ้ล จัดให้มหาลัยดอตคอมอยู่ในลำดับหนึ่ง สำหรับคำว่า "เช่าสูท" หรือ "สูทรับปริญญา" ซึ่งเป็นการขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ขึ้นเพราะจ่ายค่าโฆษณา

การเปิดเว็บไซต์นอกจากวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ของร้าน เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านเช่าอื่น ๆ และผลของการติดอันดับแรกบนกูเกิ้ล ปรากฏว่าลูกค้ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์มาจากเว็บค้นหาระดับโลกรายนี้ ที่เพื่อนบอกต่อมีอยู่ 5 เปอร์เซ็นต์ กลยุทธ์สำคัญ อยู่ที่ราคาไม่แพงเทียบกับรายอื่น ให้เวลาเช่าใช้นานกว่า

เว็บยังทำให้บัณฑิตติดต่อได้ตลอดเวลา เช่น บางรายส่งสูทคืนไม่ทันตามกำหนด ก็แจ้งผ่านเว็บขอคืนหลังกำหนดได้

สำหรับการวัดตัวเอง ซึ่งเป็นบริการที่ปรากฏอยู่ด้านซ้ายของเว็บ ก็แค่ให้ระบุว่า เอว ไหล่ ขนาดเท่าไหร่ ถ้าไม่มีสายวัดก็ดูจากเสื้อเชิ้ต กางเกง ที่มีอยู่ว่าขนาด เอวเท่าไหร่ คนสูง ก็ระบุความยาวของขามาด้วย

วิธีนี้ ทำให้มหาลัยดอตคอมได้ลูกค้า ทั้งพนักงานบริษัทในประเทศ และคนไทยที่อยู่เมืองนอก

แต่การชำระเงิน ยังใช้ระบบผ่านธนาคาร ลูกค้าต้องโอนเงินก่อน หลังจากได้รับโอนแล้ว ร้านจะนัดหมายการส่งชุดให้ทันที

พิชัย บอกว่า ที่ร้านมีช่างชำนาญงานจำนวนมาก จึงตัดและส่งให้ได้อย่างรวดเร็ว เช่นสั่งกระโปรงไซซ์ใหญ่ ก็สามารถส่งให้ได้ภายในสองวันทำการ

สำหรับเทคนิคการทำเว็บไซต์ มหาลัยดอตคอม ใช้เว็บสำเร็จรูป ด้วยเหตุผลว่า การทำเองไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเว็บไซต์ที่ดีต้องปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ ในขณะที่บริการเว็บสำเร็จรูปจะมีผู้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและราคาไม่แพง

มีเว็บแบบนี้ คนที่อยู่ห่างไกล คนที่ไม่อยากไปร้าน ใช้บริการได้ทันทีจากที่บ้าน

สะดวกจนอยากตัดใหม่ทุกวันก็ ทำได้.
 

วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=198225&NewsType=1&Template=1


Hotmail® has ever-growing storage! Don't worry about storage limits. Check it out.

การใช้สารสะเดาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช

วันที่ 29 เมษายน 2552 เวลา 00:00 น. |
 
การใช้สารสะเดาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช
สะเดา เป็นพืชที่รู้จักกันดี ปัจจุบันยิ่งเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น เพราะสะเดามีคุณประโยชน์ทางด้านกำจัดแมลงศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม แต่สะเดาก็มีหลายพันธุ์ดังที่กรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อมูลไว้ว่า สะเดา แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ  สะเดาอินเดีย สะเดาไทย สะเดาช้าง หรือต้นเทียม ไม้เทียม
 
ศ.ดร.ขวัญชัย สมบัติศิริ ภาควิชากีฏ วิทยา คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ เขียนหลักการและวิธีการใช้สะเดาป้องกันและกําจัดแมลงศัตรูพืชไว้ในเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการ ฉบับที่ 1 โครงการเกษตรกู้ชาติ ม.เกษตรศาสตร์ ไว้ว่า เนื้อสะเดามีรสหวาน เป็นอาหารของนก และใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค นํ้ามันสะเดาที่สกัดได้จากเมล็ดในจะนําไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสบู่ ยาสีฟัน เป็นยารักษาเส้นผม เป็นยาคุมกําเนิด (โดยการฉีดนํ้ามันสะเดาเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงฆ่าเชื้ออสุจิ) เป็นยารักษาโรคผิวหนัง โรคเรื้อนโรคปวดตามข้อ แผลปวดตามข้อ แผลเป็นหนองแก้พิษแมลงกัดต่อย และใช้เป็นสารฆ่าแมลงบางชนิดภายหลังจากการสกัดนํ้ามันจากเมล็ดสะเดาแล้ว กากที่ เหลือสามารถนําไปสกัดด้วยแอลกอ ฮอล์หรือนํ้าเพื่อสกัดสารอะซาไดแรค ติน (azadirachtin) ใช้ทําเป็นสารฆ่าแมลง กากที่เหลือจากการสกัดครั้งนี้ เรียกว่า นีม เค้ก (neem cake) ยังสามารถใช้เป็นประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น ผสมกับกากนํ้าตาลใช้เป็นอาหารสัตว์ เป็นปุ๋ยหรือผสมกับปุ๋ยยูเรียทําเป็นปุ๋ยละลายช้า เป็นสารฆ่าแมลงสารฆ่าโรคพืช และไส้เดือนฝอยบางชนิด
 
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร บอก ว่าสารอินทรีย์ที่สกัดได้จากเมล็ดสะเดาที่สำคัญ คือสารอะซาไดแรคติน สามารถออกฤทธิ์ในการป้องกันกำจัดได้หลายรูปแบบ คือเป็นสารฆ่าแมลง สารไล่แมลงทำให้แมลงไม่ชอบกินอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลง การเจริญเติบโตผิดปกติทำให้หนอนไม่ลอกคราบหนอนตายในระยะลอกคราบ สารออกฤทธิ์มีผลต่อการสร้างฮอร์โมน ทำให้แมลงมีการผลิตไข่และการฟักไข่ลดน้อยลง แต่สารอะซาไดแรคตินจะมีอันตรายน้อยต่อมนุษย์และสัตว์ศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืชและสภาพแวดล้อม จากการทดลองพบสารอะซาไดแรคติน มากที่สุดในเมล็ดสะเดา โดยเฉพาะ สะเดาอินเดีย พบปริมาณสูงที่สุด คือ  7.6 มก./กรัม โดยเฉลี่ย สะเดาไทยพบ 6.7 มก./กรัม โดยเฉลี่ย และสะเดาช้าง (ต้นเทียม) พบ 4.0 มก./กรัม โดยเฉลี่ย 
 
สำหรับวิธีนำสะเดามาทำเป็นสารสำหรับ กำจัดแมลงกรมส่งเสริมการเกษตรแนะไว้ดังนี้ ให้เอาเมล็ดสะเดาแห้งที่ประกอบด้วยเปลือกหุ้มเมล็ดและเนื้อเมล็ด มาบดให้ละเอียดแล้วนำผงเมล็ดสะเดามาหมักกับน้ำในอัตรา 1 กิโลกรัม/น้ำ 20 ลิตร โดยใช้ผงสะเดาใส่ไว้ในถุงผ้าขาวบางแล้วนำไปแช่ในน้ำนาน 24 ชั่วโมง ใช้มือบีบถุงตรงส่วนของผงสะเดา เพื่อสารอะซาไดแรคตินที่อยู่ในผงสะเดาสลายตัวออกมาให้มากที่สุด เมื่อจะใช้ก็ยกถุงผ้าออก พยายามบีบถุงให้น้ำในผงสะเดาออกให้หมดแล้วนำไปฉีดป้องกันกำจัดแมลง ก่อนนำไปฉีดแมลงควรผสมสารจับใบเพื่อให้สารจับกับใบพืชได้ดีขึ้น 
 
ควรใช้สารสกัดนี้ ฉีดพ่นในเวลาเย็นจะมีผลในการฆ่าแมลงได้ดี ใช้ฉีดพ่น 5-7 วันต่อครั้ง และควรใช้สลับกับสารฆ่าแมลงเป็นครั้งคราว แต่ถ้าเป็นช่วงที่แมลงระบาดอย่างรุนแรง ต้องใช้สารฆ่าแมลงฉีดพ่น ซึ่งจะลดความเสียหายได้  รวดเร็ว 
 
ศ.ดร.ขวัญชัย บอกไว้ว่า การเก็บและรักษาผลหรือเมล็ดสะเดาที่ถูกต้อง จะช่วยให้สารออกฤทธิ์ในสะเดามีปริมาณสูงมีผลให้สารสกัดสะเดาที่สามารถใช้ป้องกันและกําจัด แมลงศัตรูพืชได้ผลดี การเก็บและรักษาผลหรือเมล็ดสะเดาที่ไม่ดีจะเกิดเชื้อราเข้าทําลายสารออกฤทธิ์ โดยเฉพาะสารอะซาไดแรคติน
 
วิธีการที่ถูกต้องเริ่มตั้งแต่การเก็บ ควรเก็บผลสะเดาที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ต้น หรือ เก็บผลสุกสีเหลืองจากกิ่งก็ได้ อย่าปล่อยทิ้งผลสะเดาที่ร่วง บนดินนานเกินไป จากนั้นนํามาผึ่งแดดประมาณ 2-3 สัปดาห์จนเปลือกสะเดาแห้งเป็นสีนํ้าตาลจึงนํามาผึ่งในร่มประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เมล็ดในแห้งสนิท ขั้นตอนต่อไปคือเก็บบรรจุในถุงตาข่ายพลาสติกหรือกระสอบป่าน (ยกเว้น กระสอบปุ๋ย) ซึ่งสามารถวางซ้อนกันได้ โดยมีแผ่นไม้วางข้างล่างเพื่อป้องกันความชื้นจากดินการเก็บรักษาในลักษณะเป็นผลแห้งนี้จะนําไปใช้ได้เฉพาะการผลิตใช้เอง ไม่เหมาะที่จะนําไปผลิตเป็นอุตสาหกรรม (มีต่อในวันพุธหน้า).

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=197581&NewsType=1&Template=1
 
 
 
วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 เวลา 00:02 น. |
 
 
การใช้สารสะเดาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช(2)
พุธที่แล้วได้กล่าวถึงการใช้ สารสะเดาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช แต่ยังไม่จบ ขอนำมาบอกต่อดังนี้...ข้อมูลโดย ศ.ดร.ขวัญชัย สมบัติศิริ แห่งภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ จากเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการ เรื่อง หลักการและวิธีการใช้สะเดาป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ระบุไว้ว่า การสกัดสารอะซาไดแรค ตินจากเมล็ดหรือผลสะเดาทําได้หลายวิธีด้วยกัน สิ่งที่สําคัญคือ ส่วนของสะเดาที่ใช้ต้องบดให้ละเอียด สําหรับตัวสกัดที่เหมาะสมในการผลิตเป็นการค้าคือ แอลกอฮอล์ อาจเป็นเอทิลแอลกอฮอล์หรือเมทิล แอลกอฮอล์ก็ได้ แต่เมทิลแอลกอฮอล์ราคาถูกกว่า มาก ถ้าใช้เมทิลแอลกอฮอล์ ต้องระวังอย่าให้เข้าปากหรือเข้าตา ในกระบวนการสกัดสารถ้าต้องการผลิตใช้เอง ตัวสกัดที่เหมาะสม คือ นํ้า ซึ่งเกษตรกรเป็นจํานวนไม่น้อยใช้น้ำในการสกัดสารจากผลสะเดาที่ได้จากผลแห้ง

"การสกัดเพื่อใช้เอง ให้นำผงสะเดาที่ ได้จากการบดผลสะเดาแห้ง จํานวน 10 กิโลกรัม ใส่ในภาชนะบรรจุ เติมนํ้าให้ท่วมประมาณ 200 ลิตร (ผงสะเดา 1 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) แช่ไว้นานประมาณ 24 ชั่วโมง ในระหว่างการแช่นํ้า อาจใช้ไม้ยาวกวนให้ผลสะเดารวมกับน้ำเป็นครั้งคราว เมื่อครบกําหนดเวลาจึงกรองนํ้ายาผ่านตาข่ายพลาสติกสีเขียว ในกรณีที่ใช้เครื่องพ่นสูบโยกที่ใช้แรงคน เกษตรกรบางรายที่ต้องการประหยัดผงสะเดา อาจแช่ครั้งแรกประมาณ 3 ชั่วโมงจึงกรองนํ้ายาออก จากนั้นเติมนํ้าลงไปในกากสะเดาใหม่ แต่ใช้นํ้าน้อยลง อาจเป็น 100-150 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง จึงกรองนํ้ายาไปใช้ นอกจากนั้น เกษตรกรอาจใช้แอลกอฮอล์ร่วมสกัดโดยการนําผงสะเดาที่รู้นํ้าหนักแล้ว บรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เติมเมทิลแอลกอฮอล์ให้ท่วมผงสะเดา จะแช่ไว้นานเท่าใดก็ได้ แต่อย่างน้อยควรนานกว่า 1 วัน จากนั้นนําผลสะเดาที่แช่ในแอลกอฮอล์ไปแช่ในนํ้า โดยคิดอัตราส่วน ผงสะเดา 1 กิโลกรัม (ไม่รวม นํ้าหนักของแอลกอฮอล์) ต่อนํ้า 20 ลิตร แช่ในนํ้าเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงกรองเหมือนวิธีเดิม..." ศ.ดร.ขวัญชัย กล่าว

ข้อมูลจาก กลุ่มส่งเสริมการผลิตและการจัดการผลผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี บอกไว้ว่า ประสิทธิภาพของสารสะเดาต่อแมลงศัตรูพืช แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1. ใช้สารสกัดสะเดาได้ผลดี เช่น หนอน กระทู้ผัก หนอนหลอดหอม หนอนใยผัก หนอนม้วนใบ หนอนชอนใบ เพลี้ยจักจั่นฝ้าย หนอน กระทู้หอม เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ หนอนแก้วส้ม หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก

2. ใช้สารสะเดาได้ผลปานกลาง เช่น หนอนเจาะฝักถั่ว หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนเจาะดอกมะลิ หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว หนอนเจาะยอดและผลมะเขือเทศ หนอนเจาะยอดคะน้า และแมลงหวี่ขาวยาสูบ

3. ใช้สารสะเดาไม่ได้ผล เช่น เพลี้ยไฟ มวนแดง มวนเขียว หมัดกระโดด เต่าแตงแดง เต่าแตงดำ ด้วงกุหลาบ และแมลงปีกแข็งอีกหลายชนิด

สำหรับการใช้สารสะเดาเพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืชนั้น สามารถใช้ได้หลายทาง คือ การใช้ทางดิน ตัวอย่างเช่น

1. ควบคุมตัวอ่อนด้วงหมัดผักในพืชตระกูลกะหล่ำ เช่น ผักกาดหัว คะน้า กะหล่ำดอก กวางตุ้ง เป็นต้น ให้หว่านเมล็ดสะเดาบดแห้ง หลัง ย้ายกล้าหรือหลังงอก 7-10 วัน อัตรา 20-25 กก. ต่อไร่ หรือโรยรอบโคนต้น อัตรา 2.5-3 กรัมต่อหลุม

2. ควบคุมหนอนแมลงวันเจาะโคนต้นถั่ว ในถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วแระญี่ปุ่น ถั่วแขก ถั่วพู เป็นต้น ให้หว่านเมล็ดสะเดาบดแห้ง หลังจากถั่วงอกพ้นดิน 7-10 วัน อัตรา 10 หรือ 15 กก. ต่อไร่ หรือ 5 กรัมต่อหลุม

3. ควบคุมหนอนกระทู้ผักในแปลงหน่อไม้ฝรั่ง ให้โรยเมล็ดสะเดาบดรอบกอ อัตรา 5 กรัมต่อกอ ทุก 45-60 วัน

การหยอดยอด ใช้เมล็ดสะเดาบดแห้ง ผสมทรายหรือดินหรือขี้เลื่อยอัตราส่วน 1 : 1 โดยปริมาณ เพื่อควบคุมหนอนเจาะลำต้นข้าวโพดที่อาศัยหลบซ่อนบริเวณส่วนยอดในใบรูปกรวย แบ่งการหยอดเป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก เมื่อข้าวโพดอายุ 3-4 สัปดาห์ อัตรา 1 กรัมต่อยอด หรือ 8 กิโลกรัมต่อไร่ และหยอดอีกครั้งก่อนข้าวโพดออกดอกตัวผู้ในอัตราเดียวกัน

การพ่น นำเมล็ดสะเดาบด จำนวน 1 กิโลกรัม ห่อด้วยถุงผ้าแช่ในน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้ ประมาณ 12 ชั่วโมง กวนเป็นครั้งคราว นำน้ำที่ผ่านการกรองแล้วไปผสมสารจับใบ พ่นที่ต้นพืชได้ทันที ทุก 5-7 วัน จนถึงใกล้เก็บเกี่ยว สามารถ ป้องกันกำจัดเพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น เต่าแตงแดง และดำ หนอนใยผัก หนอนหลอดหอม หนอนกระทู้ผัก หนอนคืบ หนอนแก้วส้ม หนอนเจาะฝักและผลได้

ข้อจำกัดของการใช้สารสกัดจากสะเดา

1. สารสกัดจากสะเดาไม่สามารถฆ่าแมลงได้ทุกชนิด โดยเฉพาะที่อยู่ในระยะตัวเต็มวัย

2. ในช่วงที่เกิดการระบาดรุนแรง การใช้สารสกัดสะเดาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลดความเสียหายได้ทันทีเนื่องจากสะเดาไม่สามารถฆ่าแมลงได้ตายทันทีเหมือนสารเคมี

3. สารสกัดจากสะเดา สลายตัวอ่อนค่อนข้างไว ดังนั้นช่วงระยะเวลาในการฉีดพ่นจึงสั้นลงประมาณ 5-7 วันต่อครั้ง แต่ถ้าฉีดพ่นในโรงเก็บ
ไม่ถูกแสงแดดสามารถออกฤทธิ์ป้องกันกำจัดแมลงได้อย่างน้อย 3 สัปดาห์

หมายเหตุ ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศ.ดร. ขวัญชัย สมบัติศิริ และสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี.
 


Hotmail® goes with you. Get it on your BlackBerry or iPhone.

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว/ FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/